ไม่พลิก กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% หั่นคาดการณ์ขยายตัวเศรษฐกิจปี 62 เหลือโต 3.8%
จากเดิม 4% หลังส่งออกชะลอตัว ตามเศรษฐกิจโลก พร้อมติดตามความเสี่ยงสงครามการค้า...

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)
เปิดเผยว่าที่ประชุมกนง.มีมติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% และปรับคาดการณ์อัตรา
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 62 เหลือโต 3.8% จากเดิมคาดโต 4.0% จาก
ปัจจัยด้านการส่งออกเป็นหลัก รวมทั้งปัจจัยภายในประเทศ โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้ม
ขยายตัวได้ใกล้เคียงกับศักยภาพ แม้ว่าจะชะลอลงกว่าที่ประเมินไว้จากอุปสงค์ต่างประเทศที่ชะลอลง
อุปสงค์ในประเทศยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง

นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้คาดว่าอยู่ที่ระดับ 1.0% ใกล้เคียงกับที่ประมาณการครั้งก่อนหน้า
แต่ปรับลดอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ลงเหลือ 0.8% จากเดิมที่คาดไว้ 0.9% โดยมองว่าอัตราเงินเฟ้อ
ทั่วไปปีนี้ มีแนวโน้มทรงตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ แต่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะต่ำกว่าที่ประเมินไว้
เล็กน้อย ขณะที่คาดว่าในปี 63 อัตราเงินเฟ้อทั่วไป จะอยู่ที่ 1.1% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน จะอยู่ที่ 0.9%

ขณะที่การส่งออกสินค้าชะลอลงกว่าที่ประเมินไว้ ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และวัฏจักร
สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงผลของมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดย กนง.
ได้ปรับลดมูลค่าการส่งออกไทยในปีนี้เหลือโต 3.0% จากเดิมคาดโต 3.8% และคาดว่าในปี 63
การส่งออกจะเติบโตได้ 4.1% ส่วนมูลค่าการนำเข้าในปีนี้ ปรับลดลงเหลือ 3.1% จากเดิมคาดโต 3.8%
และประเมินว่าปี 63 การนำเข้าจะเติบโตได้ 4.8% ขณะที่การท่องเที่ยวยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง
โดยคาดการณ์ว่าปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศจะอยู่ที่ระดับ 40.4 ล้านคน ส่วนปี 63 คาดว่า
จะอยู่ที่ 42 ล้านคน

สำหรับการบริโภคภาคเอกชนในปี 62 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องตามรายได้ครัวเรือน ทั้งในและนอก
ภาคเกษตรที่ปรับดีขึ้นและกระจายตัวมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ แต่ยัง
ได้รับแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องตาม
การย้ายฐานการผลิตมายังไทย และโครงการร่วมลงทุนของรัฐและเอกชนในโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึง
ความเชื่อมั่นด้านการลงทุนที่อยู่ในเกณฑ์ดี โดยการใช้จ่ายภาครัฐปีนี้ มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้
ทั้งการบริโภคและการลงทุน ส่วนหนึ่งจากความล่าช้าของโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจบางแห่ง

อย่างไรก็ตาม กนง.จะติดตามความเสี่ยงด้านต่างประเทศ จากทั้งมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่าง
สหรัฐ-จีน แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน และเศรษฐกิจประเทศอุตสาหกรรมหลักที่จะส่งผล
มาสู่อุปสงค์ในประเทศ รวมทั้งจะติดตามความคืบหน้าของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
และการลงทุนภาคเอกชน อาจส่งผลต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป.


ขอบคุณข่าวจาก
https://www.msn.com/th-th/news/other/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c-%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2/ar-BBV0y1q

แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2019 เวลา 03:41 น. )