คลังอาเซียนบวกสามผนึกกำลังเห็นพ้อง ร่วมวางแผนรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่
อาวุโสกระทรวงการคลังและธนาคารกลางอาเซียนบวกสาม ได้รับทราบทิศทางเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค
อาเซียนในปี 2562 ว่า ยังสามารถขยายตัวได้ดี แม้จะชะลอตัวลงจากปีที่ผ่านมาบ้างเล็กน้อย ซึ่งเป็นผล
มาจากการค้าโลกชะลอตัวลง และจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน

โดยที่ประชุมต่างเห็นพ้องต้องกันว่าประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสาม ควรจะมีการเตรียมพร้อมรองรับต่อ
ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่จะเกิดขึ้น และดำเนินนโยบายการเงินการคลังเพื่อช่วยในการรักษา
เสถียรภาพเศรษฐกิจในภาวะที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนทั้งในปีนี้และปีหน้า

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่วมกันในการปรับปรุงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่พหุภาคี (Chiang Mai
Initiative Mutilateralisation : CMIM) ซึ่งได้มีผลบังคับใช้มานานตั้งแต่ปี 2550 โดยจากเดิมในส่วนของ
การจัดตั้งกองทุน CMIM เพื่อเป็นกลไกความร่วมมือทางการเงินในภูมิภาคอาเซียน สำหรับการเสริม
สภาพคล่องระหว่างกันในกรณีที่ประสบปัญหาดุลการชำระเงิน หรือขาดสภาพคล่องในระยะสั้นนั้น
ได้กำหนดให้การใส่เงินสมทบจะเป็นเฉพาะสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯเท่านั้น แต่ล่าสุดที่ประชุมได้เห็นชอบ
ร่วมกันในหลักการที่จะให้สามารถใช้เงินสกุลท้องถิ่นมาสมทบในกองทุน CMIM ได้ ซึ่งเบื้องต้นมองว่า
สกุลเงินที่อาจจะนำมาใช้ในช่วงแรก คือเงินหยวน และเงินเยน “เดิม CMIM เราใช้สมทบเป็นเงิน
ดอลลาร์สหรัฐฯแต่ตอนนี้เรามีแนวโน้มจะผลักดันและเพิ่มบทบาทของสกุลเงินท้องถิ่นให้มากขึ้น”

นายลวรณกล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่างแผนงานระยะปานกลางของแผนการพัฒนาตลาด
พันธบัตรเอเชีย (ASEAN Bond Market Initiative : ABMI) สำหรับปี 2562-65 ซึ่งโครงการดังกล่าว
ได้เน้นการออกพันธบัตรสกุลท้องถิ่น และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของตลาดพันธบัตรในภูมิภาค
อาเซียน “เราได้ทบทวนแผนโรดแม็ป โดยจะเพิ่มบทบาทของ ABMI ในเรื่องที่จะโฟกัสมากขึ้น เช่น
ABMI สามารถสนับสนุนการลงทุนหรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานได้”.


ขอบคุณข่าวจาก https://www.thairath.co.th/news/business/1537661

แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2019 เวลา 01:32 น. )