ไทยถกอียู ใช้เวทีประชุมคณะทำงานด้านการค้าและการลงทุน ครั้งที่ 14 หารือแนวทางรับมือ
มาตรการกีดกันทางการค้า พร้อมเร่งปฏิรูปการทำงานของ WTO และผลักดันการเจรจาที่ค้างอยู่
ให้คืบหน้า

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวภายหลังเข้าร่วมการประชุม
คณะทำงานด้านการค้าและการลงทุนไทยสหภาพยุโรป(อียู) ครั้งที่ 14 ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศ
เบลเยี่ยมว่า การประชุมครั้งนี้ไทยและอียูได้แลกเปลี่ยนความเห็นต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มี
การนำมาตรการกีดกันทางการค้าฝ่ายเดียวมาใช้เพิ่มขึ้นซึ่งทำให้เกิดการตอบโต้ทางการค้าที่ส่งผล
กระทบในทางลบต่อระบบการค้าพหุภาคีขององค์การการค้าโลก(WTO) ไทยและอียูจึงควรร่วมมือกัน
ปฏิรูปการทำงานของ WTOเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นในระบบการค้าพหุภาคีโดยมีประเด็นเร่งด่วนคือ
การเลือกสมาชิกองค์กรอุทธรณ์แทน 6 ใน7 ตำแหน่งที่จะว่างลงในปลายปีนี้ ก่อนที่กระบวนการ
ระงับข้อพิพาททางการค้าซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ WTO จะหยุดชะงักลงรวมถึงการปรับปรุงกลไก
การระงับข้อพิพาทและการผลักดันให้การเจรจาในเรื่องที่ค้างอยู่มีความคืบหน้าและหาข้อสรุปได้
ตามมติที่ประชุมรัฐมนตรีWTO เช่น การจัดทำความตกลงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์การจัดทำความตกลง
การอุดหนุนประมง เป็นต้น

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังใช้โอกาสนี้แลกเปลี่ยนความคืบหน้าเรื่องการเจรจาเอฟทีเอที่แต่ละฝ่าย
จัดทำกับประเทศอื่นโดยเฉพาะความคืบหน้าการเจรจาเบร็กซิทกับสหราชอาณาจักร สำหรับการสานต่อ
การเจรจาเอฟทีเอกับไทยซึ่งอียูจะต้องรอนโยบายของรัฐสภาชุดใหม่โดยไทยเองก็ต้องรอนโยบาย
จากรัฐบาลชุดใหม่เช่นกัน ทั้งนี้อียูให้ความสนใจความคืบหน้าการทำงานด้านเศรษฐกิจของอาเซียน
รวมถึงแสดงชื่นชมที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนสามารถผลักดันให้การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ
ของอาเซียนมีความคืบหน้าได้หลายเรื่อง

อย่างไรก็ตาม ไทยยังได้ใช้โอกาสนี้แจ้งให้อียูทราบถึงความคืบหน้าของไทยเกี่ยวกับการปรับปรุง
แก้ไข รวมถึงการออกกฎหมายและกฎระเบียบทางการค้าเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าของ
ผู้ประกอบการ เช่นการปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้า กฎหมายศุลกากร กฎหมายดิจิทัลและ
กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้นซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้การจัดอันดับความสามารถทางการ
แข่งขันของไทยในปีนี้ดีขึ้นจากปีก่อนถึง 5 อันดับพร้อมทั้งแจ้งให้อียูทราบถึงนโยบายการส่งเสริม
การลงทุนในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) ที่ให้ความสำคัญกับการดึงดูดการลงทุนจ
ากต่างประเทศในอุตสาหกรรมใหม่ 12สาขา โดยเน้นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และเชิญชวน
ให้อียูเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นซึ่งฝ่ายอียูเห็นว่าข้อมูลความคืบหน้าด้านนโยบายและการปรับปรุง
กฎระเบียบทางการค้าของไทยเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

ขอบคุณข่าวจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/837801

แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2019 เวลา 02:57 น. )