นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.ให้ขยายอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ที่ 7% ออกไปอีก 1 ปี จากที่สิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.62 เป็นวันที่ 30 ก.ย.63 เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ
ในปัจจุบัน ยังไม่เหมาะสมที่จะใช้เพดานที่กำหนด 10% โดยกระทรวงการคลังจะประเมินการใช้อัตรา
มูลค่าเพิ่มแบบปีต่อปี ตามภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันเพื่อให้การประเมิน และติดตามทิศทางเศรษฐกิจ
ได้อย่างถูกต้อง

“การตัดสินใจต่ออายุภาษีแบบปีต่อปีจะช่วยทำให้ประเมินทิศทางเศรษฐกิจได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น” ส่วนผล
การจัดเก็บภาษีมูลค่า 7 เดือนแรกของปี 62 (ม.ค.-ก.ค.) ติดลบ 0.5% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน
สาเหตุจาก การบริโภคในประเทศลดลงทำให้ภาษีมูลค่าเพิ่มเก็บได้น้อยลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
และ การจัดเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าลดลง เนื่องจากเงินบาทแข็งค่า แต่ในเดือน ส.ค.นี้ กรมสรรพากร
รายงานว่า ผลการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเริ่มดีขึ้นแล้ว และไม่ติดลบ โดยเดือน ส.ค.จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม
ได้มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.4% มาจากการบริโภคในประเทศที่ดีขึ้น และเริ่มกลับมาเป็นบวก
สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลออกไปเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ
ชะลอตัวจึงจำเป็นต้องกระตุ้นไม่ให้เศรษฐกิจทรุดตัวลงไปอีก โดยพยายามเพิ่มเงินทุนหมุนเวียน
เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้มากขึ้น

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า การคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 7% เท่าเดิมจะทำให้
รัฐสูญรายได้ 240,000 ล้านบาทต่อปี โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.)
คาดว่า เศรษฐกิจไทยยังสามารถขยายตัวได้ดี อยู่ในช่วงระหว่าง 3.3-3.8%ในระดับเดียวกับปี 61
ที่สำคัญอัตราภาษีนี้ยังสนับสนุนการขยายตัวภาคเอกชน ทั้งทางด้านการลงทุน การบริโภค และยังช่วย
เร่งการใช้จ่ายของภาครัฐ ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราการว่างงานอยู่ในระดับ
ต่ำที่ 0.9% เงินเฟ้อเฉลี่ยที่ 0.7% บัญชีเดินสะพัดเกินดุล 14, 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีทุนสำรอง
อยู่ที่ 212,200 ล้านเหรียญ มีหนี้สาธารณะอยู่ในระดับต่ำ 40.3% ของจีดีพี.

ขอบคุณข่าวจาก
https://www.thairath.co.th/news/business/1657960

แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 11 กันยายน 2019 เวลา 03:07 น. )