นักลงทุนญี่ปุ่นจากคันไซ-ชูโกกุ ศึกษาโอกาสลู่ทางการลงทุนในไทย พร้อมจับคู่ธุรกิจกับ
ผู้ประกอบการไทย คาดเกิดมูลค่าการซื้อขาย กว่า 300 ล้านบาท

นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้
บีโอไอ โดยสำนักงานบีโอไอ โอซากาได้นำคณะนักลงทุนระดับท้องถิ่นกว่า 70 ราย จากภูมิภาคคันไซ
และภูมิภาคชูโกกุ อาทิ นครโอซากา จังหวัดชิมาเน โอกายามา ฮิโรชิมา เป็นต้น มาศึกษาโอกาสและ
ลู่ทางการลงทุนในไทย โดยได้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ "Business Opportunity in Thailand"
เพื่อรับทราบนโยบายส่งเสริมการลงทุน ศักยภาพและความพร้อมในการรองรับการลงทุนของอีอีซี
ตลอดจนฟังประสบการณ์การทำธุรกิจในไทยจากนักลงทุนญี่ปุ่นที่ลงทุนในไทยแล้ว

ทั้งนี้คณะนักธุรกิจญี่ปุ่นยังได้มีโอกาสเยี่ยมชมบริษัทญี่ปุ่นที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง ด้านยานยนต์
และชิ้นส่วน เยี่ยมชมกิจการของผู้ประกอบการไทย ด้านดิจิทัลและอากาศยาน และศึกษาดูงาน
สถาบันเทคโนโลยีการผลิต SIMTec หรือศูนย์เทคนิคแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาบุคลากรโดยร่วมมือ
กับองค์กรภาครัฐและเอกชนที่สำคัญ 14 หน่วยงาน ได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตเครื่องจักร อุปกรณ์
เครื่องมือชั้นนำของโลก โดยเฉพาะญี่ปุ่น นำเครื่องจักร อุปกรณ์มาติดตั้งเพื่อใช้ในการอบรมและสาธิต
ภาคปฏิบัติด้วย

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการญี่ปุ่นยังได้ร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายและจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย
จำนวน 64 คู่บริษัท ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องจักร และอิเล็กทรอนิกส์
คาดว่าจะทำให้เกิดธุรกรรมทางธุรกิจในอนาคตเป็นมูลค่าไม่ต่ำ 310 ล้านบาท

"ประเทศไทยมีความสำคัญในการเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาคอาเซียน ที่สามารถรองรับ
การลงทุนของอุตสาหกรรมที่หลากหลาย และเป็นทั้งผู้ผลิตเครื่องจักร และผู้นำเข้าเครื่องจักร
ที่สำคัญของภูมิภาค การจัดงานนี้ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่นในการร่วมมือ
เพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ รองรับการเป็นฐานผลิตและลงทุนในอนาคต" นายโชคดีกล่าว

อย่างไรก็ตามบีโอไอมีนโยบายสนับสนุนกิจการที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง รวมถึง
การส่งเสริมการผลิตเครื่องจักรทุกประเภท โดยเฉพาะระบบการผลิตสมัยใหม่ ทั้งระบบอัตโนมัติ
หุ่นยนต์และอุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การออกแบบทางวิศวกรรม และการวิจัยพัฒนา
โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2557 – 2561) มียอดขอรับการส่งเสริมในอุตสาหกรรมเครื่องจักรและ
ชิ้นส่วนกว่า 244 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 24,400 ล้านบาท

ขณะเดียวกันยังมีมาตรการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ ลงทุนซื้อเครื่องจักร
เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เช่น การนำระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์มาใช้ทดแทนกระบวนการ
การผลิตเดิม ซึ่งมาตรการนี้จะเอื้อประโยชน์ทั้งผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม และผู้ผลิต
เครื่องจักรด้วย

ขอบคุณข่าวจาก https://www.posttoday.com/economy/news/607507

แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2019 เวลา 08:31 น. )