สกู๊ป..โรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพ

     ในภาวะที่หลายคนเป็นห่วง เรื่องสถานการณ์ผลิตไฟฟ้าของไทย ในช่วงที่พม่าจะปิดปรับปรุงท่อส่งก๊าซธรรมชาติใน       เดือนหน้า แท้จริงแล้วไทยเองก็มีการทดลองใช้พลังงานทางเลือกที่เกิดจากธรรมชาติ ที่หลายคนอาจยังไม่คุ้นเคย

     ตัวอย่างหลุมผลิตน้ำพุร้อน ภายในเขตอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ หนึ่งในตัวอย่างการเกิดพลังงานความร้อนใต้พิภพหรือน้ำร้อนใต้พื้นดิน ที่นำมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า ทดแทนก๊าซธรรมชาติที่เริ่มร่อยหรอลง จนเสี่ยงต่อการขาดแคลนในอนาคต กลายเป็นที่มาของความร่วมมือ ระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหรือ กฟภ.กับหลายหน่วยงานของไทย รวมถึงองค์กรเพื่อการจัดการพลังงานของประเทศฝรั่งเศส จัดตั้งโรงไฟฟ้าสาธิตใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพผลิตกระแสไฟฟ้า แห่งแรกของเอเชียอาคเนย์และแห่งเดียวของไทย เมื่อปี 2532 ซึ่งปีหน้าโรงงานแห่งนี้จะครบกำหนด การเก็บข้อมูล รวบรวมสถิติ เข้าสู่กระบวนการประเมินผล ว่ามีศักยภาพเพียงพอ สำหรับการดำเนินการต่อ หรือเหมาะกับการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานใต้พิภพในพื้นที่อื่นของไทยหรือไม่

     หลักการทำงาน เป็นการนำน้ำร้อนอุณหภูมิ 115-120 องศาเซลเซียส ไปถ่ายเทให้กับของเหลวหรือสารทำงานที่มีจุดเดือดต่ำ จนเดือดเป็นไอ แล้วนำไอน้ำที่ได้ ไปหมุนกังหันเพื่อขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ผลิตไฟฟ้าออกมา ซึ่งแต่ปีโรงงานแห่งนี้ผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ประมาณปีละ 1.2 ล้านหน่วย

     หากในปี 2557 ผลการวิเคราะห์และประเมินผล พบว่าพลังงานชนิดนี้ สามารถช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพ การใช้ไฟฟ้าของไทยได้ ในอนาคตเราอาจเห็นโรงไฟฟ้าจากพลังงานใต้พิภพ เป็นตัวเลือก ทดแทนการใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เนื่องจาก กฟภ สำรวจพื้นที่ในภาคเหนือ พบว่ายังมีหลายจุดที่เอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนใต้พิภพ

     ขณะเดียวกันประเทศในอาเซียนอย่างฟิลิปินส์ อินโดนีเซีย ก็มีการสร้างโรงไฟฟ้าใต้พิภพขนาดใหญ่ เพื่อใช้งานในประเทศ และล่าสุดประเทศเวียดนามได้สร้างโรงไฟฟ้าใต้พิภพกำลังการผลิต 25 เมกกะวัตต์ด้วยเช่นกัน

แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 20 มีนาคม 2013 เวลา 07:57 น. )