การเคลื่อนไหวในแดนลบของบิตคอยน์ในช่วงเช้าวันนี้ เป็นการทรุดตัวลงต่อเนื่องจากเมื่อวันจันทร์ (20ก.ย.)ที่ราคาบิตคอยน์ทรุดหนัก 10% ตามตลาดหุ้นทั่วโลกหลุดระดับ 44,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้ของไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป บริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่อันดับ 2 ของจีน

เมื่อเวลา 22.25 น.ตามเวลาไทย บิตคอยน์ดิ่งลง 7.36% สู่ระดับ 43,889.50 ดอลลาร์ ในการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม Coinbase หลังจากทรุดตัวลง 10% ก่อนหน้านี้

นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้ว่าบิตคอยน์มักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ความจริงก็คือ บิตคอยน์มักร่วงลงตามการปรับตัวลงของสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น และที่ผ่านมามักดีดตัวขึ้นสอดคล้องการปรับตัวของสินทรัพย์เสี่ยง

นอกจากนี้ ข้อมูลทางสถิติบ่งชี้ว่า บิตคอยน์มักร่วงลงในเดือนก.ย.เช่นเดียวกับหุ้น

ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 500 จุด หรือราว 1.5% ใกล้หลุดระดับ 34,000 จุดในวันนี้ ขณะที่ดัชนี MSCI All Country World Index ลบ 0.6% ในวันนี้ ใกล้แตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน หลังพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงต้นเดือนก.ย.

นายแลร์รี เบรนนาร์ด นักวิเคราะห์จากบริษัททีเอส ลอมบาร์ด ระบุว่า การผิดนัดชำระหนี้ของเอเวอร์แกรนด์จะทำให้วิกฤตการณ์ทางการเงินลุกลามออกไปจนอาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

เอเวอร์แกรนด์ ออกแถลงการณ์ยอมรับว่าบริษัทกำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่อง และอาจไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ขณะที่บริษัทมีกำหนดจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2 งวดในเดือนนี้ โดยมีกำหนดชำระดอกเบี้ยวงเงิน 83.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,780 ล้านบาท ในวันที่ 23 ก.ย.ของหุ้นกู้ที่มีกำหนดครบอายุเดือนมี.ค.2565 และมีกำหนดชำระดอกเบี้ยวงเงิน 47.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,580 ล้านบาท ในวันที่ 29 ก.ย.ของหุ้นกู้ที่ครบอายุเดือนมี.ค.2567

นอกจากนี้ บิตคอยน์ ยังได้รับผลกระทบจากการที่กระทรวงการคลังสหรัฐและธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตรียมออกกฎระเบียบควบคุมความเสี่ยงของ stablecoin

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 21-22 ก.ย. ท่ามกลางความกังวลว่าเฟดอาจส่งสัญญาณการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ในการประชุมครั้งนี้


บทความจาก
https://www.bangkokbiznews.com/