ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปิดวันจันทร์(11ต.ค.)พุ่งขึ้น 1.17 ดอลลาร์ ขานรับการคาดการณ์ที่ว่า อุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันในหลายประเทศเพิ่มขึ้นหลังจากเศรษฐกิจฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 1.17 ดอลลาร์ ปิดที่ 80.52 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.26 ดอลลาร์ ปิดที่ 83.65 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนคาดว่า ปริมาณน้ำมันจะตึงตัวมากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศต่างๆ เริ่มฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคโควิด-19

นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของราคาก๊าซในยุโรปมีส่วนทำให้ความต้องการใช้น้ำมันพุ่งขึ้นด้วย เนื่องจากกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนจากการใช้ก๊าซมาเป็นการใช้น้ำมันมากขึ้นในการผลิตไฟฟ้า

นักวิเคราะห์จากยูบีเอสกล่าวว่า ราคาน้ำมันยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่กระทรวงพลังงานสหรัฐออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ขณะนี้รัฐบาลสหรัฐยังไม่แผนที่จะระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (เอสพีอาร์) เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน

“กระทรวงพลังงานสหรัฐยังคงจับตาภาวะอุปทานในตลาดน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด และจะดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินว่า เราควรจะใช้มาตรการที่จำเป็นหรือไม่และเมื่อใด ทางกระทรวงจะพิจารณาเครื่องมือทุกอย่างที่จำเป็นในการปกป้องพลเมืองชาวอเมริกันและเพื่อรับมือกับภาวะอุปทานตึงตัวในตลาด

แต่ในขณะนี้เรายังไม่มีแผนที่จะระบายน้ำมันออกจากคลังเอสพีอาร์และไม่มีแผนที่จะระงับการส่งออกน้ำมันดิบ” กระทรวงพลังงานสหรัฐระบุในแถลงการณ์

นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (เอพีไอ) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐจะเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันในวันอังคาร ทางด้านสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) จะเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันในวันพุธ

บทความจาก https://www.bangkokbiznews.com/